แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Food แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Food แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

นั่งรถไฟฟรีไปดู Seafood ที่สมุทรสาคร


พูดถึงสถานีรถไฟ จะสายเหนือสายใต้สายอีสานต่างก็เริ่มที่หัวลำโพง แต่สำหรับสายสมุทรสาครและแม่กลองนั้นจุดเริ่มต้นอาจแปลกไปสักหน่อยคือไปเริ่มที่วงเวียนใหญ่ ถ้าเป็นเมื่อก่อนกว่าจะข้ามเมืองฝ่าดงรถติดไปจนถึงก็หลายชั่วโมง แต่เดี๋ยวนี้ BTS ขยายไปถึงฝั่งธนบุรีช่วยให้เดินทางได้เร็วขึ้นเยอะ นั่งมาลงสถานีวงเวียนใหญ่ แล้วเดินต่อไปยังวงเวียนใหญ่ราว 800 เมตร มองไปทางซ้ายจะเจอสถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ดังที่เห็นในรูป

ตรงนี้อยากคอมเมนต์สักนิดว่าขนส่งมวลชนบ้านเราทำไมไม่ทำให้เชื่อมต่อกันได้สะดวกกว่านี้สักหน่อย อย่าง BTS หมอชิต ก็ไม่ได้ใกล้ขนส่งหมอชิตสักเท่าไหร่ และนี่ BTS วงเวียนใหญ่ก็ไม่ได้ใกล้วงเวียนใหญ่เท่าไหร่เช่นกัน ที่สำคัญ สถานีรถไฟทั้งสองสถานีในแผนที่เรียก Wongwian Yai Station กันทั้งคู่ นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินตามแผนที่คงงงพิลึก


รถไฟจากวงเวียนใหญ่ไปมหาชัยมีวิ่งโดยเฉลี่ยชั่วโมงละ 1 ขบวน วันนี้มาถึงเกือบบ่ายสองจึงได้อาศัยรถไฟเที่ยว 14:25 น. แน่นอนว่าช่วงนี้รถไฟฟรียังมีอยู่ครับ ทุกขบวนของสายนี้ฟรีทั้งหมด แต่อย่าลืมนำบัตรประจำตัวประชาชนมาขอรับบัตรด้วย เพราะจริง ๆ รถไฟฟรีจากเงินภาษีประชาชนแบบนี้มีให้เฉพาะคนไทยครับ


บริเวณสถานีรถไฟมีร้าน มีแผงขายอาหารหลากหลาย ใครคุ้นเคยกับอาหารราคากรุงเทพฯ มาแถวนี้อาจมีแปลกใจ เช่นโจ๊กชามละ 15 บาท ก๋วยเตี๋ยว 20 บาทยังมีให้เห็นอยู่ทั่วไป ปริมาณที่ให้ก็ไม่น้อย สั่งพิเศษอาจอิ่มตื้อได้ง่าย ๆ ถ้ามาใกล้เวลาซื้ออาหารแล้วไปนั่งกินบนรถก็ยังได้ อย่าลืมช่วยกันรักษาความสะอาดบน เก็บขยะลงไปทิ้งเป็นที่เป็นทาง เลิกโยนขยะออกนอกหน้าต่างเถอะครับ


นั่่งรถไฟปุเลง ๆ (สายนี้โคลงเคลงมาก ๆ น่าจะมาจากสภาพดินอ่อน มองข้าง ๆ รางรถไฟดูจะเป็นแหล่งน้ำตลอดแนว) นั่งไปราว 1 ชั่วโมง 15 นาที ก็ถึงสถานีมหาชัย จริง ๆ น่าจะใช้เวลาสั้นกว่านี้แต่เห็นว่ากำลังบำรุงรักษารางอยู่จึงวิ่งได้ไม่เร็วนัก ออกจากสถานีปุ๊บก็ถึงตลาดปั๊บ ตรงนี้เป็นตลาดมหาชัยเมืองเก่ามีของทะเลทั้งสดและแห้ง เรื่องราคาดู ๆ แล้วจะถูกกว่าตลาดเมืองใหม่และอีกหลายตลาดอีกด้วย


จุดเด่นของตลาดนี้คืออยู่ติดปากอ่าวไทยเลย มองไปหลังร้านก็คือท่าเรือเรียกได้ว่าขนของทะเลขึ้นมาก็วางขายได้ทันที จริง ๆ แล้วแถวนี้มีร้านน่าสนใจหลายร้าน ทั้งแบบดั้งเดิมและร้านสไตล์วัยรุ่นอย่างร้านกาแฟและขนมเค้ก แต่สำหรับวันนี้แค่มาสำรวจครับ ไว้มาจริงคราวหน้าคงขนกระติกน้ำแข็งมาขนปลาหมึกกลับไปย่างสักโลสองโล

สรุปค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาตลาดวันนี้ ไปกลับกรุงเทพมหาชัย 0 บาท ขอไม่นับรถไฟฟ้าเพราะใช้บัตร Rabbit ครับ ^_^



วันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2556

มี Tokyo Banana แล้วจะมีฉะเชิงเทราแมงโก้บ้างไหมนะ

Tokyo Banana ณ โตเกียวทาวเวอร์
วันสุดท้ายของการเดินทาง เตรียมตัวไปขึ้นเครื่องที่สนามบินนานาชาติคันไซ ระหว่างอยู่ในญี่ปุ่นเพื่อนร่วมทริปต่างก็ได้ของฝากติดไม้ติดมือมาเต็มกระเป๋า แต่หลายคนก็ยังมีที่ว่างสำหรับขนมกล้วยโตเกียวยอดฮิตอยู่เสมอ โดยส่วนตัวเคยชิม Tokyo Banana ตอนแวะโตเกียวทาวเวอร์เมื่อหลายปีก่อน ก็นับว่าเป็นขนมที่อร่อยใช้ได้ เนื้อเค้กนุ่ม ครีมกล้วยหอมหวานกำลังดี แต่ไม่ได้คิดว่าเป็น The Must ขนาดนั้น ลองถามเพื่อนชาวญี่ปุ่นหลายคนก็ไม่เคยกิน แต่เห็นนักท่องเที่ยวต้องซื้อติดมือจากสนามบินกันถ้วนหน้า

ระหว่างเดินทาง ไกด์แจ้งพิกัดร้านภายในสนามบิน แถมบอกว่าใครสนใจเล็งไว้กี่กล่องให้รีบหยิบทันที เพราะช่วงนี้คนไทยมาเที่ยวกันเยอะ แถมแต่ละคนกว้านซื้อกันถล่มทลายถึงขนาดลงหนังสือพิมพ์ในญี่ปุ่นว่าคนไทยซึ้อกันจนของเกลี้ยงสต็อค ถึงสนามบินเห็นคนไทยจากหลายกรุ๊ปทัวร์มะรุมมะตุ้มกันอยู่ที่ชั้น หลายคนหิ้วกันเป็นสิบกล่อง เป็นอะไรที่น่าตกใจจริง ๆ -_-"

ยิ่งได้ฟังจากไกด์ว่ากล้วยที่เป็นวัตถุดิบหลักก็นำเข้ามาจากเมืองไทยหรือไม่ก็ฟิลิปปินส์เป็นหลัก อยู่บ้านเรากินกันเป็นหวี ๆ แทบจะกินทิ้งกินขว้าง พอถูกนำไปแปรรูป ทำแพคเกจสวยงาม วางขายในสนามบินหรือแหล่งท่องเที่ยว มูลค่าก็เพิ่มขึ้นมหาศาล กล่อง 8 ชิ้นราคาราวกล่องละ 300 บาท ย้อนกลับมาคิดถึง SME บ้านเรา เอาของดีประจำจังหวัดอย่างมะม่วงแปดริ้วมาทำแพคเกจดี ๆ มีการตลาดเจ๋ง ๆ จนกลายเป็นของที่นักท่องเที่ยวบอกกันปากต่อปากต้องซื้อกลับไปเป็นของฝากคงดีไม่น้อย


แต่ถึงอย่างไร ไหน ๆ ไปแล้วก็ต้องหิ้วติดมือกลับมาสักกล่องอยู่ดี ว่าแต่ปีนี้ไม่มีของแถมแฮะ

วันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2556

Think of Japan, think of Green Tea... But I love Coffee

ด้วยความเป็นคนติดกาแฟ จะต้องเดินทางไปประเทศไหนต้องพกติดตัวไปเสมอ เดินทางทริปนี้ก็ติดมือมาหลายซองเหมือนกัน เพราะไม่แน่ใจว่าจะมีโอกาสเดินหาซื้อหรือเปล่า ที่ญี่ปุ่นนี่ตู้กดเครื่องดื่มหยอดเหรียญเต็มบ้านเต็มเมืองมาก ๆ ถ้าเป็นบ้านเราหรือหลาย ๆ ประเทศ เครื่องดื่มในตู้กดส่วนใหญ่คงเป็นน้ำอัดลม แต่ที่นี่กลับไม่ค่อยเห็น กลายเป็นชากาแฟซะมากกว่า หลายตู้เป็นกาแฟล้วน ๆ ทำเอาแปลกใจทีเดียวเพราะพูดถึงญี่ปุ่นมักคิดถึงชาเขียวมากกว่า ที่สำคัญมีหลายยี่ห้อหลายรสชาติมากทั้งร้อนและเย็น สังเกตง่าย ๆ ถ้ามีป้ายสีฟ้าเป็นแบบเย็น ส่วนสีแดงเป็นกาแฟร้อน ราคาแตกต่างกันไปแล้วแต่ตู้ แต่ส่วนใหญ่ก็ตก 100 ถึง 120 เยน เรียกว่าคอกาแฟไปอยู่ญี่ปุ่นไม่ต้องกลัวขาดคาเฟอีนแน่ ๆ


พูดถึงรสชาติกาแฟแล้ว ญี่ปุ่นดื่มกาแฟจืดกว่าบ้านเรามาก หลายแบรนด์เป็นกาแฟดำจืด ๆ กันเลยทีเดียว ซึ่งจริง ๆ ถูกใจครับ เพราะดื่มกาแฟดำอยู่แล้ว ขณะที่บ้านเรา ตามร้านทั่วไปยังพอสั่งไม่ใส่น้ำตาลรึนมข้นหวานได้ แต่กาแฟกระป๋องแต่ละเจ้าอัดน้ำตาลกันจนเหนียวหนึบติดมือทีเดียว ดื่มเยอะ ๆ เบาหวานรับประทานแน่ ๆ ถ้าคนไทยลดหวานลงได้สักหน่อยน่าจะดี


แม้กาแฟกระป๋องจะมีหลากหลายแค่ไหน แต่เท่าที่ชิมมายังไง ๆ ก็ได้แค่แก้ขัด ถ้าพออดใจได้ แนะนำให้มองหาร้านสะดวกซื้อดีกว่าครับ แบบถ้วยอย่าง Starbucks ในรูปนี้ราคาราว 200 เยน ได้เยอะกว่า หอมกว่า กลมกล่อมกว่า สรุปว่าถูกใจกว่าทุกประการ ถ้าเข้าที่พักแล้ว ห้องพักที่นี่ส่วนใหญ่มีกาต้มน้ำให้ ไขน้ำก๊อกใส่เปิดไฟสักพักใช้ได้เลย มักมีชาถุง ๆ ไว้ให้ชงดื่มกันได้ไม่ต้องเสียตังค์ แต่มีส่วนน้อยที่จะให้กาแฟด้วย ดังนั้นใครติดกาแฟหนัก ๆ คงต้องเอาติดไม้ติดมือไปเองครับ


แต่อย่างไรซะ มาญี่ปุ่นงวดนี้ยังไม่ได้เข้าร้านกาแฟจริง ๆ จัง ๆ สักที จนมาถึงที่พักรถเจอ Starbucks เข้าไปสั่ง Espresso มาสองช็อต สดชื่นขึ้นเยอะ ราคากาแฟที่นี่ประกอบกับช่วงนี้บาทแข็ง คิดแล้วถูกกว่าบ้านเราซะอีกครับ จริง ๆ อยู่เมืองไทยไม่ค่อยเข้าเชนร้านกาแฟแบบนี้เพราะเมื่อเทียบกับค่าครองชีพแล้วถือว่าราคาสูงมาก แถมเคยฟังแนวคิดร้านไทยบางร้านทำนองว่า "เมื่อร้านกาแฟต่างชาติขายแพงได้ ทำไมร้านไทยจะขายแพงไม่ได้" ยิ่งรู้สึกไม่น่าอุดหนุนเข้าไปใหญ่ เหลือที่รู้สึกราคาสมเหตุสมผลอยู่ไม่กี่ร้านเท่านั้น


สรุปแล้วมางวดนี้ได้ชิมกาแฟไปหลายขนาน ปิดท้ายด้วยแก้วนี้ ซื้อจากร้านสะดวกซื้อแถวโรงแรม ใช้ได้ทีเดียว ไม่แพงด้วยแค่ร้อยกว่าเยนเท่านั้น ที่สำคัญ ชอบการซื้อในร้านอยู่อย่างคือถามพนักงานได้ว่าแบบไหนไม่มีน้ำตาล อย่างในรูปนี้ตัวหนังสือเล็ก ๆ ใต้ Caffe Latte นั่นก็คือ Sugar free ถึงพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่พนักงานก็พยายามเต็มที่ครับ

ทริปนี้กาแฟที่พกมาก็เลยพากลับบ้านโดยปริยาย เพราะหากาแฟดื่มได้ง่ายมาก ๆ