แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ iOS แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ iOS แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ติดตามข่าวสารได้ตามใจแม้ขณะ offline ด้วย Pulse News

Pulse News บน Android

เดี๋ยวนี้ขึ้นรถลงเรือไปเหนือล่องใต้ รึไปไหน ๆ ระหว่างเดินทางก็เห็นแต่ผู้คนก้มหน้าก้มตาจ้องโทรศัพท์มือถือหรือไม่ก็แท็บเล็ตกันทั้งนั้น เกริ่นมาแบบนี้ไม่ได้กะบ่นอะไรครับ เพราะทำอยู่เหมือนกัน ช่วงเดินทางแบบนี้เป็นโอกาสดีที่จะคอยติดตามข่าวสารด้านที่เราสนใจ ครั้นจะโหลดแอพเฉพาะของแต่ละเว็บไซต์มาลงก็วุ่นวายโดยใช่เหตุ สู้หาแอพรับ RSS feed ข่าวสารมาจากเว็บต่าง ๆ มารวมกันไว้ในที่เดียวดีกว่า ซึ่งจริง ๆ ก็มีอยู่หลายโปรแกรม แต่ที่ลองใช้แล้วชอบที่สุดคือตัวนี้เลย Pulse News (โหลดฟรีสำหรับ Android, iOS และ Windows 8) ที่ช่วยให้เราเลือกช่องข่าวสารตามต้องการ และโปรแกรมจะคอยอัพเดตข่าวให้เราอ่านทีหลังหรือแม้ขณะออฟไลน์ได้ เท่าที่ใช้บน Android มาพักใหญ่ชอบใจความสามารถในการทำงานแบบแบคกราวด์ ที่เข้าไปดาวน์โหลดข่าวสารให้ระหว่างที่เครื่องออนไลน์ Wi-Fi ทิ้งไว้ ทำให้ทุกเช้าและเย็นระหว่างเดินทางมีข่าวใหม่ ๆ ให้อ่านทุกครั้ง

Pulse News บน Windows 8
นอกจากบนระบบปฏิบัติการยอดฮิตอย่าง Android กับ iOS แล้ว เมื่อก่อน Pulse ยังเคยออกเวอร์ชันสำหรับ Windows Phone ด้วย แต่ถูกนำออกจาก Windows Store มาตั้งแต่ปี 2011 แล้ว จริง ๆ วันนี้ตั้งใจจะหาเวอร์ชันสำหรับวินโดวส์โฟน 8 สักหน่อย ลองค้นดูกลับเจอเวอร์ชันบนวินโดวส์ 8 ไหน ๆ อุตส่าห์เจอแล้วเลยลองโหลดมาสักหน่อย เวอร์ชันนี้ก็ยังคงจุดเด่นของ Pulse อย่างการซิงค์ข่าวสาร ซึ่งเราสามารถสร้างบัญชีผู้ใช้ หรือจะเชื่อมต่อผ่าน Facebook ก็ได้ แล้วอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็จะมีข่าวจากช่องทางที่เลือกไว้ ไม่ต้องเสียเวลาไปอัพเดตด้วยตนเอง ดังนั้นอยู่หน้าเครื่องไหน ก็อ่านข่าวที่สนใจต่อได้ท้นที ใครไม่ถนัดภาษาอังกฤษไม่เป็นไร แหล่งข่าว IT ดัง ๆ บ้านเราอย่าง Blognone และแบไต๋ ไฮเทค ก็มีให้อ่านด้วย


หวังว่าทางผู้พัฒนาจะยอมกลับมาทำเวอร์ชันสำหรับวินโดวส์โฟนอีกครั้งครับ อนาคตของแพลตฟอร์มจะเป็นอย่างไร หลัก ๆ ก็อยู่กับแอพนี่แหละ เพราะต่อให้ฮาร์ดแวร์ดีแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีแอพที่ต้องการ ผู้ใช้ก็คงไม่เลือกอยู่ดี ว่าแล้วก็วาง Lumia ไว้ที่บ้าน หยิบ Android ใส่กระเป๋าเอาไปนั่งอ่านข่าวบนรถโดยสารต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ยอดขาย smart phone ครึ่งปีแรก 2013 Android นำลิ่ว iOS กับ Windows Phone ตามมาไกล ๆ ส่วน BB ท่าจะแย่

ผ่านไปครึ่งปีแล้ว หลายเว็บไซต์ก็เริ่มมีการสรุปยอดขายไตรมาสที่ 2 ออกมาให้บรรดาสาวกค่ายต่าง ๆ ได้ลุ้นก้นว่ายอดขายอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการตัวโปรดของตนทำการตลาดได้ดีแค่ไหน แน่นอนว่าค่ายที่ได้รับความนิยมสูง ๆ ย่อมดึงดูดนักพัฒนาซอฟต์แวร์ให้สร้างแอพดี ๆ มาให้ใช้กันก่อนค่ายอื่น เพราะถ้าอุตส่าห์ทุ่มแรงกายแรงใจพัฒนาแอพดี ๆ ออกมาแต่กลับไม่มีใครใช้แพลตฟอร์มนั้น ๆ โปรแกรมเมอร์คงเสียใจแย่

ข้อมูลจาก TechCrunch เห็นได้ว่ายอดขายโทรศัพท์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2013 สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปี 2012 ถึง 73.5% โดยขายได้ถึง 187.4 ล้านเครื่อง ถ้าเทียบกับโทรศัพท์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการอื่น นั่นคือสมาร์ทโฟน 8 ใน 10 เครื่องที่ขายในไตรมาส 2 นี้ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ จากตาราง ระบบปฏิบัติการยอดฮิตตลอดกาลอีกรายหนึ่งอย่าง iOS แม้จำนวนเครื่องที่ขายได้ดูไม่หวือหวา แต่ยอดขายก็เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเช่นกัน ที่น่าสนใจคือ Windows Phone ที่แม้จะมีผู้ผลิตเพียงรายเดียวอย่างโนเกียที่ทุ่มหมดใจให้ไมโครซอฟต์ ขณะที่ HTC และซัมซุงต่างก็ดูจะถอยห่างไปเป็นระยะ ๆ แต่ยังทำยอดขายเพิ่มขึ้นได้ถึง 77.6% ซึ่งนับว่าเป็นที่ 1 ในเรื่องของยอดขายที่เพิ่มขึ้นเลยทีเดียว



จากตาราง แม้ BB จะไม่ได้อยู่อันดับสุดท้าย แต่ก็เป็นผู้เล่นหลักในตลาดสมาร์ทโฟนรายเดียวที่ยอดขายมีแนวโน้มลดลง ด้วยการมาของ BlackBerry OS 10 ที่สามารถรันแอพของแอนดรอยด์ได้ ก็อาจช่วยเพิ่มยอดขายให้ BB ได้บ้างแต่เรา ๆ ท่าน ๆ ในฐานะผู้พัฒนาแอพก็คงต้องจด ๆ จ้อง ๆ รอดูกันต่อไป ขอเอาใจช่วย BB ครับ แต่ระหว่างนี้ถ้าจะพัฒนาแอพให้เข้าถึงผู้ใช้แพร่หลายที่สุด สงสัยต้องเน้น Android เป็นอันดับแรกก่อนล่ะนะ

วันอังคารที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

แล้ว Chrome บน Android/iOS ก็ช่วยลดค่าใช้จ่าย 3G ได้

ใครใช้เบราว์เซอร์ Opera คงทราบดีว่าจุดขายของเขาคือโหลดหน้าเว็บได้เร็วเพราะใช้หลักการของ proxy โดยช่วยบีบอัดข้อมูลหน้าเว็บก่อนส่งมาให้ผู้ใช้ วันนี้เปิด Chrome บน Android ก็เจอข้อความชวนทดลองใช้ฟังก์ชันบีบอัดข้อมูลเพื่อลด traffic โดยใช้ proxy เหมือนกัน (มาช้ายังดีกว่าไม่มานะ :-) ลองใช้มาสักพักพบว่าลดปริมาณไปได้ราว 60% สำหรับการเปิดเว็บทั่วไป แต่ถ้าเปิดเว็บที่เน้นรูปภาพก็ไม่ช่วยเท่าไหร่ ที่สำคัญ หากเชื่อมต่อแบบ https หรือใช้โหมดไม่ระบุตัวตน incognito ก็จะไม่ส่งผ่าน proxy ของ Google ทำให้ไม่ได้ใช้ฟังก์ชันนี้โดยปริยาย ที่สำคัญอีกเรื่องคือที่เคย block โฆษณาไว้ พอข้อมูลถูกบีบอัดแล้วส่งผ่านมาจาก Google โฆษณาเหล่านั้นก็ติดสอยห้อยตามกลับมาด้วยทันที แต่โดยรวมก็นับว่าน่าใช้ครับ เนื่องจากช่วยลดปริมาณการใช้ข้อมูลลงได้อย่างเห็นได้ชัด อย่างน้อยก็ทำให้แพคเกจ 3G อยู่กับเราได้นานขึ้นอีกหน่อย ก่อนต้องจ่ายค่าใช้งานส่วนเกิน