แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ App แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ App แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

เริ่มมีหวังกับ Windows Phone อีกครั้งกับ Instagram และ Waze

"จะ iOS หรือ Android ก่อนดี" น่าจะเป็นคำถามที่นักพัฒนาซอฟต์แวร์คิดแล้วคิดอีกขณะวางแผนโครงการใด ๆ เพราะถ้าไม่มีใครใช้ก็คงน่าเสียดาย (และเสียเงิน) ที่อุตส่าห์พัฒนาขึ้นมา แต่สำหรับแพลตฟอร์มวินโดวส์โฟนนั้น นอกจากซอฟต์แวร์จากไมโครซอฟต์กับโนเกียแล้ว แอพหลัก ๆ หลายตัวยังไม่ลงมาให้ใช้กันมากนัก จนนักพัฒนารายย่อยต้องลุกขึ้นมาลงมือทำกันเอง


หลังจากผ่านมาหลายปี ช่วงนี้เราคงเริ่มเห็นแอพบนวินโดวส์โฟนออกมาใหม่มากขึ้นเรื่อย ๆ ล่าสุดแอพที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย (มาแสนนาน) อย่าง Instagram ก็มีให้ใช้กันแล้ว แม้จะยังเป็น Beta อยู่ก็ตาม ขนาดไมโครซอฟต์เองยังออกปากว่านี่คือจุดสำคัญของแพลตฟอร์มวินโดวส์โฟน เพราะแม้ระบบจะดีเพียงใดแต่ถ้าไม่มีแอพใช้แล้วจะซื้อมาทำไม ซึ่งต้องยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาหลายคนซื้อวินโดวส์โฟนมาไม่นานก็หาทางปล่อยแล้วกลับไปหา iOS หรือ Android เหมือนเดิม แต่ก็เป็นผลดีกับผู้สนใจที่สามารถหาเครื่องมือสองราคาถูก ๆ ได้ไม่ยาก


อีกหนึ่งแอพที่น่าสนใจคือ Waze ซึ่งเป็นโปรแกรมแผนที่และนำทางที่มีจุดเด่นคือผู้ใช้แต่ละคนจะเข้าไปร่วมให้ข้อมูลสถาพการจราจรแบบ real time แม้ไม่มีข้อมูลการจราจรอย่างเป็นทางการ จริง ๆ เคยใช้แอพนี้ครั้งแรกตั้งแต่ยังใช้ Windows Mobile 6 อยู่เลย แต่หลังจากกลายเป็น Windows Phone แอพนี้ก็ไปลงตลาดแพลตฟอร์มอื่น ๆ เรียบร้อย เพิ่งกลับมาหาวินโดวส์โฟนเมื่อไม่นานนี้เอง

ถึงตอนนี้คิดว่าแพลตฟอร์มวินโดวส์โฟนน่าจะถึอว่าเป็นอีกแพลตฟอร์มหลักได้อย่างเต็มภาคภูมิ แต่ยังไง ๆ ก็ยังไม่มั่นใจกับ Windows RT อยู่ดี ถ้าไมโครซอฟต์จะยุบรวม RT กับโฟนเข้าด้วยกันซะ อนาคตของแพลตฟอร์มน่าจะชัดเจนและมั่นคงกว่านี้

วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2556

กำแพงภาษาคงพังทลายในอีกไม่ช้า เมื่อมี Google กับ Bing ติดตัวตลอดเวลา

ปกติไม่ค่อยได้อีเมลภาษาอื่น ๆ นอกจากภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ เลยไม่ได้สนใจเรื่องการแปลภาษาเท่าไหร่ วันนี้ได้อีเมลโฆษณา Kindle Fire ลดราคาจาก Amazon.co.jp เจอภาษาญี่ปุ่นแล้วสนใจรายละเอียด ถ้าเปิดในเครื่องคอมพิวเตอร์ใช้ Chrome ก็มีตัวเลือกให้แปลภาษาอัตโนมัติอยู่แล้ว แต่นี่ดูอีเมลบนโทรศัพท์ Android เลยต้องอาศัยก๊อปปี้ไปวางใน Google Translate ให้ช่วยแปลให้


ตอนเปิดเว็บ อาศัย Google Translate มาตลอด อย่างน้อยก็อ่านได้พอเข้าใจ แต่ที่แปลคราวนี้ช่วงต้น ๆ ก็อ่านเข้าใจได้อยู่ แต่ประโยคท้ายอ่านแล้วงงเล็กน้อย จริง ๆ ดูจากต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นก็เดาว่าน่าจะออกมาทำนองว่าลดราคา 3,000 เยน ถึง 9/1 แต่เพื่อความมั่นใจ หยิบ Windows Phone มาลองเปิดดูด้วย Bing Translator อีกที


คราวนี้ช่วงท้ายยืนยันที่คิดไว้ ว่าลดถึง 9/1 ซึ่งก็น่าจะเป็นเดือน 9 วันที่ 1 แต่พอย้อนกลับไปอ่านช่วงแรกก็ยังรู้สึกว่า Google แปลได้เข้าใจง่ายกว่าอยู่ดี อย่างไรซะทั้งสองค่ายต่างก็ยังไม่มีคุณสมบัติแปลภาษาใส่ไว้ในโปรแกรมอ่านอีเมล ต้องก๊อปปี้ไปแปะในโปรแกรมแปลภาษาอยู่ดี แต่อีกไม่นานคงมีให้ใช้แน่นอนเพราะแต่ละค่ายต่างก็ต้องแข่งกันพัฒนาระบบของตนให้ดียิ่งขึ้น

การแข่งขันเป็นสิ่งสวยงามครับ ^_^

วันพุธที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ติดตามข่าวสารได้ตามใจแม้ขณะ offline ด้วย Pulse News

Pulse News บน Android

เดี๋ยวนี้ขึ้นรถลงเรือไปเหนือล่องใต้ รึไปไหน ๆ ระหว่างเดินทางก็เห็นแต่ผู้คนก้มหน้าก้มตาจ้องโทรศัพท์มือถือหรือไม่ก็แท็บเล็ตกันทั้งนั้น เกริ่นมาแบบนี้ไม่ได้กะบ่นอะไรครับ เพราะทำอยู่เหมือนกัน ช่วงเดินทางแบบนี้เป็นโอกาสดีที่จะคอยติดตามข่าวสารด้านที่เราสนใจ ครั้นจะโหลดแอพเฉพาะของแต่ละเว็บไซต์มาลงก็วุ่นวายโดยใช่เหตุ สู้หาแอพรับ RSS feed ข่าวสารมาจากเว็บต่าง ๆ มารวมกันไว้ในที่เดียวดีกว่า ซึ่งจริง ๆ ก็มีอยู่หลายโปรแกรม แต่ที่ลองใช้แล้วชอบที่สุดคือตัวนี้เลย Pulse News (โหลดฟรีสำหรับ Android, iOS และ Windows 8) ที่ช่วยให้เราเลือกช่องข่าวสารตามต้องการ และโปรแกรมจะคอยอัพเดตข่าวให้เราอ่านทีหลังหรือแม้ขณะออฟไลน์ได้ เท่าที่ใช้บน Android มาพักใหญ่ชอบใจความสามารถในการทำงานแบบแบคกราวด์ ที่เข้าไปดาวน์โหลดข่าวสารให้ระหว่างที่เครื่องออนไลน์ Wi-Fi ทิ้งไว้ ทำให้ทุกเช้าและเย็นระหว่างเดินทางมีข่าวใหม่ ๆ ให้อ่านทุกครั้ง

Pulse News บน Windows 8
นอกจากบนระบบปฏิบัติการยอดฮิตอย่าง Android กับ iOS แล้ว เมื่อก่อน Pulse ยังเคยออกเวอร์ชันสำหรับ Windows Phone ด้วย แต่ถูกนำออกจาก Windows Store มาตั้งแต่ปี 2011 แล้ว จริง ๆ วันนี้ตั้งใจจะหาเวอร์ชันสำหรับวินโดวส์โฟน 8 สักหน่อย ลองค้นดูกลับเจอเวอร์ชันบนวินโดวส์ 8 ไหน ๆ อุตส่าห์เจอแล้วเลยลองโหลดมาสักหน่อย เวอร์ชันนี้ก็ยังคงจุดเด่นของ Pulse อย่างการซิงค์ข่าวสาร ซึ่งเราสามารถสร้างบัญชีผู้ใช้ หรือจะเชื่อมต่อผ่าน Facebook ก็ได้ แล้วอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็จะมีข่าวจากช่องทางที่เลือกไว้ ไม่ต้องเสียเวลาไปอัพเดตด้วยตนเอง ดังนั้นอยู่หน้าเครื่องไหน ก็อ่านข่าวที่สนใจต่อได้ท้นที ใครไม่ถนัดภาษาอังกฤษไม่เป็นไร แหล่งข่าว IT ดัง ๆ บ้านเราอย่าง Blognone และแบไต๋ ไฮเทค ก็มีให้อ่านด้วย


หวังว่าทางผู้พัฒนาจะยอมกลับมาทำเวอร์ชันสำหรับวินโดวส์โฟนอีกครั้งครับ อนาคตของแพลตฟอร์มจะเป็นอย่างไร หลัก ๆ ก็อยู่กับแอพนี่แหละ เพราะต่อให้ฮาร์ดแวร์ดีแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีแอพที่ต้องการ ผู้ใช้ก็คงไม่เลือกอยู่ดี ว่าแล้วก็วาง Lumia ไว้ที่บ้าน หยิบ Android ใส่กระเป๋าเอาไปนั่งอ่านข่าวบนรถโดยสารต่อไป

วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ลองของ: Here Drive ระบบนำทาง GPS ดี ๆ ที่มาพร้อมเสียงนำทางคาราโอเกะ



จำได้ว่าเมื่อช่วงแรก ๆ ที่สมาร์ทโฟนอย่าง iPhone และ Android ออกใหม่ ๆ ช่วงนั้นไม่ได้ให้ความสนใจเลย เพราะชีวิตยังผูกพันกับระบบนำทางบน Windows Mobile อยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นบนโทรศัพท์มือถือหรือบนอุปกรณ์ GPS ติดรถ ขณะที่โปรแกรมที่มากับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ หลายโปรแกรมต่างก็ต้องการให้ออนไลน์เพื่อโหลดแผนที่เฉพาะบริเวณที่ใช้งาน ซึ่งข้อดีก็คือได้แผนที่ที่เป็นปัจจุบัน แต่ปัญหาคือเวลาไปต่างประเทศไม่ได้ต่อเน็ตแล้วจะนำทางยังไง จนตอนนี้ แม้จะเปลี่ยนโทรศัพท์เป็นแอนดรอยด์ (ไปหลายเครื่อง) แต่ GPS ติดรถตัวหลักที่ใช้ก็ยังคงเป็น Windows CE เก๋ากึ๊กอยู่ดี

พอเริ่มเห็นโฆษณา Windows Phone อย่าง Nokia Lumia ว่ามีระบบนำทางแบบ turn-by-turn ติดมาให้ใช้ได้ฟรี แถมเป็นแผนที่แบบออฟไลน์ และมีให้โหลดได้หลายประเทศด้วยยิ่งสนใจ ที่จริงสาเหตุที่ตัดสินใจเลือก Nokia แม้ช่วงนี้ทั้ง Samsung Ativ S หรือ HTC 8X จะลดราคาอย่างน่าใจหายก็ตาม ก็เพราะแอพ Here Drive ที่เป็น Exclusive นี่แหละ ถึงจะมีวิธีเอาไปลงข้ามรุ่นได้ แต่ก็ไม่แน่ว่าจะทำงานได้ครบทุกฟังก์ชันหรือเปล่า สุดท้ายเลยได้เจ้า Lumia 620 มา แล้วก็เพิ่งมีโอกาสได้ลองใช้ระบบนำทางเมื่อสองสามวันที่แล้วนี้เอง


ตอนเริ่มใช้ครั้งแรก ระบบขึ้นมาให้ดาวนโหลดแผนที่ ใช้เวลาโหลดผ่าน Wi-Fi ไม่นานก็โหลดเสร็จ แต่น่าสนใจตรงที่แผนที่ที่ดาวน์โหลดมาไม่ยักเก็บไว้ใน SD card แต่กลับอยู่ในหน่วยความจำของโทรศัพท์ ดังนั้นถ้าจะโหลดแผนที่มาเก็บไว้หลาย ๆ ประเทศคงไม่เหมาะ อีกส่วนที่ต้องโหลดมาติดตั้งก่อนใช้งานระบบนำทางคือไฟล์เสียง ซึ่งมีหลายภาษาให้เลือก แต่เมื่อโหลดครั้งแรกลืมโหลดเสียง ระบบเลยนำทางแบบเงียบ ๆ มีเสียงเดียวที่ดังเป็นครั้งคราวคือเสียงกริ่งเตือนความเร็วเกินกำหนด นับว่าดีครับ พอรู้ตัวจะได้ลดความเร็วลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่านที่มีกล้องจับความเร็ว ^_^

หน้าจอนำทางทั้งในแบบแนวตั้งและแนวนอนดูง่ายและชัดเจนดี ปัญหาที่พบคือการกำหนดพิกัดปลายทางนอกเหนือจากที่มีในฐานข้อมูลยังไม่สะดวกนัก ไม่สามารถจิ้มจุดที่ต้องการแล้วบอกให้นำทางไปได้เหมือนอีกหลาย ๆ โปรแกรม การกำหนดเงื่อนไขในเส้นทาง เช่นต้องการเลี่ยงถนนสุขุมวิท เพราะรู้ว่ารถติดแน่ ๆ ก็ยังไม่เห็น แต่เรื่องการนำทาง การจับสัญญาณ GPS และการใช้งานจริง นับว่าทำงานได้ดี หน้าจอปรับเป็นโหมดกลางคืนโดยอัตโนมัติเมื่อพลบค่ำ


พอโหลดชุดเสียงนำทางภาษาไทยมาใช้ เปิดครั้งแรกแอบขำนิดหน่อย เพราะถึงแม้จะฟังเข้าใจ แต่เสียงบอกทางนั้นราวกับให้ฝรั่งมาอ่านคำไทยแบบคาราโอเกะ ลองจินตนาการว่าพอเราไม่เชื่อคำแนะนำ แล้วระบบพูดซ้ำ ๆ "เลี่ยว ไซ้ ทั่น ที" เพื่อให้เรากลับรถไปอีกทางหนึ่ง แล้วก็ดันไม่เชื่อซะด้วย เลยนั่งฟังฝรั่งบ่นไทยไปตั้งนาน

สรุปเท่าที่ลองใช้คร่าว ๆ ชอบครับ เป็นระบบนำทางที่ใช้งานได้จริง ไม่ต้องต่ออินเทอร์เน็ต ดังนั้นเอาไปใช้ต่างประเทศได้สบาย ติดอย่างเดียว เย็นนี้ว่าจะกลับไปเอาเสียงนำทางภาษาอังกฤษมาใช้แทนน่าจะฟังรื่นหูกว่า

วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ลองของ: Bing Translator ปะทะ Google Translate ในโหมดภาพถ่าย

รู้กันอยู่ว่า Microsoft กับ Google แอบมีงัดข้อกันเล็ก ๆ มาตลอด ล่าสุดนี่ก็มีประเด็น App YouTube ที่ไมโครซอฟต์ปล่อยออกมาให้ใช้ได้วันเดียวก็ถูกกูเกิลบล็อคไปเรียบร้อยโดยให้เหตุผลว่าทำผิดข้อตกลง นี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้เห็นว่าการทำเองใช้เองได้เป็นอะไรที่ดีที่สุดจริง ๆ

ระบบการแปลภาษาก็เป็นฟังก์ชันเด่นอย่างหนึ่งของกูเกิลมาแต่ไหนแต่ไร กับ Google Translate ที่หลายคนคงเคยใช้ช่วยแปลภาษาบนเว็บกันอยู่บ่อย ๆ แม้จะแปลเป็นภาษาไทยได้ไม่ถูกใจเท่าไหร่ แต่การแปลเป็นภาษาอังกฤษก็เชื่อถือได้ไม่น้อย และที่ใช้บ่อย ๆ คือการให้แปลจากรูปถ่ายที่สะดวกมาก ๆ เช่นกัน


วันนี้ได้แป้งเค้กกึ่งสำเร็จรูปมา (แน่นอนว่าลดราคา ^_^) เจอคำอธิบายเป็นภาษาเยอรมัน ไม่ต้องคิดอะไรมากหยิบเจ้า Galaxy Nexus มาถ่ายรูปแล้วแปลเป็นภาษาอังกฤษ แต่คิดอีกทีไหน ๆ ก็ได้ Nokia Lumia 620 มาแล้ว ลองใช้สายไมโครซอฟต์แปลบ้างดีกว่า เปิด Bing Translator ลองถ่ายดูบ้าง ก็ใช้ได้เหมือนกันนะ


คำแปลอาจไม่เหมือนกันเป๊ะ แต่นับว่าใช้งานได้ดีทั้งสองค่ายครับ ส่วนตัวยังชอบวิธีใช้งานของสายแอนดรอยด์มากกว่า เพราะใช้วิธีจับภาพนิ่งแล้วให้เลือกบริเวณที่ต้องการแปลได้ตามต้องการ แต่ต้องยอมรับว่าสายวินโดวส์โฟนก็ใช้ง่าย เพียงวางภาพไว้ในเฟรมเครื่องก็แปลข้อความทั้งรูปให้ลอยเด่นขึ้นมาในรูปแบบ AR ทันที แต่วินโดวส์โฟนก็ยังมีข้อจำกัดด้านภาษาอยู่คือแปลจากภาพถ่ายได้เพียง 7 ภาษาเท่านั้น คือจีน อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาเลียน โปรตุกีส และสแปนิช


ณ ขณะนี้ต้องยอมรับว่าฟังก์ชันการแปลภาษาของกูเกิลใช้งานได้กว้างขวางและอเนกประสงค์กว่า แถมอัพเดตล่าสุดจาก AppDisqus ยังแจ้งว่ากูเกิลเพิ่มความสามารถแปลภาษาจากลายมือเขียนภาษาไทยลงในโปรแกรมแล้ว

จงสู้ต่อไป... วินโดวส์โฟน

วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Line แจก sticker ฟรี ฉลองผู้ใช้ 200 ล้านคน โมเดลนี้ท่าทางมาแรง

เห็นโพสต์แจ้งข่าวกันบนสื่อสังคมออนไลน์เป็นการตลาดแบบไวรัลมาตั้งแต่เมื่อวาน ว่า Line ฉลองผู้ใช้ 200 ล้านคน แจก sticker 4 วัน 4 แบบ เริ่มตั้งแต่ 24 ก.ค. คิด ๆ แล้ว ข่าวนี้มาถึงคนที่ไม่ได้ชอบแชต ไม่ค่อยใช้ Line ไม่เปิดดูข่าวสารที่นอกเหนือจากงานหรือเรื่องที่สนใจอย่างผมได้ แถมพาลให้เข้าไปดาวน์โหลดแล้วกลับมาเปิด Line อีกครั้ง แถมยังมาเขียนลงบล็อกแบบนี้อีก การตลาดแบบไวรัลนี่ใช้ได้เลยทีเดียว แม้ตัวโปรแกรมแจกฟรี แต่ลูกเล่นต่าง ๆ เป็น in-app purchase ถ้าผู้ใช้ขนาดนี้ก็คงขายได้ไม่น้อย

แถมคิดถึงอีกข่าวที่ Whatsapp ก็ปรับโมเดลมาเป็นดาวน์โหลดฟรีแล้วใช้วิธี subscription บน iOS จากเดิมขายขาด ทำให้ตอนนี้เหมือนกันทุกแพลตฟอร์ม ยิ่งพาลให้คิดว่าจากนี้ไปซอฟต์แวร์ต่าง ๆ อาจเข้าโหมดโหลดฟรีคิดตังค์ทีหลังแบบนี้กันมากขึ้น

ใครวางแผนเขียนโปรแกรมขายบนโมบายคงต้องเตรียมปรับตัวกันให้ดี

วันอังคารที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

แล้ว Chrome บน Android/iOS ก็ช่วยลดค่าใช้จ่าย 3G ได้

ใครใช้เบราว์เซอร์ Opera คงทราบดีว่าจุดขายของเขาคือโหลดหน้าเว็บได้เร็วเพราะใช้หลักการของ proxy โดยช่วยบีบอัดข้อมูลหน้าเว็บก่อนส่งมาให้ผู้ใช้ วันนี้เปิด Chrome บน Android ก็เจอข้อความชวนทดลองใช้ฟังก์ชันบีบอัดข้อมูลเพื่อลด traffic โดยใช้ proxy เหมือนกัน (มาช้ายังดีกว่าไม่มานะ :-) ลองใช้มาสักพักพบว่าลดปริมาณไปได้ราว 60% สำหรับการเปิดเว็บทั่วไป แต่ถ้าเปิดเว็บที่เน้นรูปภาพก็ไม่ช่วยเท่าไหร่ ที่สำคัญ หากเชื่อมต่อแบบ https หรือใช้โหมดไม่ระบุตัวตน incognito ก็จะไม่ส่งผ่าน proxy ของ Google ทำให้ไม่ได้ใช้ฟังก์ชันนี้โดยปริยาย ที่สำคัญอีกเรื่องคือที่เคย block โฆษณาไว้ พอข้อมูลถูกบีบอัดแล้วส่งผ่านมาจาก Google โฆษณาเหล่านั้นก็ติดสอยห้อยตามกลับมาด้วยทันที แต่โดยรวมก็นับว่าน่าใช้ครับ เนื่องจากช่วยลดปริมาณการใช้ข้อมูลลงได้อย่างเห็นได้ชัด อย่างน้อยก็ทำให้แพคเกจ 3G อยู่กับเราได้นานขึ้นอีกหน่อย ก่อนต้องจ่ายค่าใช้งานส่วนเกิน

วันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

แนะนำแอพ Kindle สำหรับ Windows 8


ตั้งแต่เริ่มใช้ Amazon Kindle จนตอนนี้ก็สะสมหนังสือมาหลายร้อยเล่มแล้ว (แน่นอนว่ากว่า 90% เป็นหนังสือฟรี) ปกติไม่อ่านบนเครื่อง Kindle ก็อ่านบนมือถือหรือไม่ก็แท็บเล็ตโดยใช้ Kindle app วันนี้นึกสนุกเปิด Windows Store ลองค้นเล่น ๆ เจอ Kindle เหมือนกัน โหลดมาติดตั้งลองใช้ดู หน้าตาเข้าท่าดี การจัดวางเลย์เอาต์ ขนาดตัวอักษร อ่านง่ายดีทีเดียว

ตัวอย่างนี้ลองเปิดอ่านหนังสือ An Essential Guide to Google Drive การเปลี่ยนหน้าก็ใช้ Page Up และ Page Down ตามปกติ ฟังก์ชันต่าง ๆ ก็เหมือนกับแอพ Kindle บนแพลตฟอร์มอื่น ๆ


เมื่อคลิกขวา ตัวเลือกต่าง ๆ ก็จะปรากฎขึ้นมาดังรูป มีตัวเลือกสำหรับการจดบันทึก เปลี่ยนขนาดอักษร และที่สำคัญคือ Sync ซึ่งจะบันทึกหน้าปัจจุบันแล้วกระจายไปยังอุปกรณ์อื่น ๆ ทำให้อ่านได้อย่างต่อเนื่อง ดูแล้วรู้สึกว่า Amazon ให้ความสำคัญกับ Windows 8 ไม่น้อยทีเดียว

โดยรวมแล้ว แอพ Kindle บนวินโดวส์ 8 ทำออกมาได้ดีครับ แนะนำให้มีติดเครื่องไว้เป็นอย่างยิ่ง

วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เมื่อ Gmail เปลี่ยนไป

เปิดโน้ตบุ๊คเช็คเมลเมื่อคืนพบว่าหน้าตา Inbox เปลี่ยนไป เช้านี้หยิบมือถือมาดู Inbox บนนี้ก็เปลี่ยนตามไปด้วย จุดเด่นของภาพลักษณ์ใหม่นี้ก็คือ Tab ที่จะจำแนกประเภทอีเมลให้เป็นหมวดหมู่โดยอัตโนมัติ ถ้าเราต้องการเพิ่มเมลไหนไว้ในหมวดใดแค่ลากขึ้นไปใส่ได้เลย ระบบจะถามเราว่าจากนี้ไปจะให้จับใส่แท็บนี้ทุกครั้งที่เมลจากผู้ส่งเดียวกันนั้นมาใหม่หรือไม่

จะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม แต่ Google ก็บังคับเปลี่ยนหน้า Inbox ของเราไปเรียบร้อยแล้วครับ