แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Windows Phone แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Windows Phone แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

เริ่มมีหวังกับ Windows Phone อีกครั้งกับ Instagram และ Waze

"จะ iOS หรือ Android ก่อนดี" น่าจะเป็นคำถามที่นักพัฒนาซอฟต์แวร์คิดแล้วคิดอีกขณะวางแผนโครงการใด ๆ เพราะถ้าไม่มีใครใช้ก็คงน่าเสียดาย (และเสียเงิน) ที่อุตส่าห์พัฒนาขึ้นมา แต่สำหรับแพลตฟอร์มวินโดวส์โฟนนั้น นอกจากซอฟต์แวร์จากไมโครซอฟต์กับโนเกียแล้ว แอพหลัก ๆ หลายตัวยังไม่ลงมาให้ใช้กันมากนัก จนนักพัฒนารายย่อยต้องลุกขึ้นมาลงมือทำกันเอง


หลังจากผ่านมาหลายปี ช่วงนี้เราคงเริ่มเห็นแอพบนวินโดวส์โฟนออกมาใหม่มากขึ้นเรื่อย ๆ ล่าสุดแอพที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย (มาแสนนาน) อย่าง Instagram ก็มีให้ใช้กันแล้ว แม้จะยังเป็น Beta อยู่ก็ตาม ขนาดไมโครซอฟต์เองยังออกปากว่านี่คือจุดสำคัญของแพลตฟอร์มวินโดวส์โฟน เพราะแม้ระบบจะดีเพียงใดแต่ถ้าไม่มีแอพใช้แล้วจะซื้อมาทำไม ซึ่งต้องยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาหลายคนซื้อวินโดวส์โฟนมาไม่นานก็หาทางปล่อยแล้วกลับไปหา iOS หรือ Android เหมือนเดิม แต่ก็เป็นผลดีกับผู้สนใจที่สามารถหาเครื่องมือสองราคาถูก ๆ ได้ไม่ยาก


อีกหนึ่งแอพที่น่าสนใจคือ Waze ซึ่งเป็นโปรแกรมแผนที่และนำทางที่มีจุดเด่นคือผู้ใช้แต่ละคนจะเข้าไปร่วมให้ข้อมูลสถาพการจราจรแบบ real time แม้ไม่มีข้อมูลการจราจรอย่างเป็นทางการ จริง ๆ เคยใช้แอพนี้ครั้งแรกตั้งแต่ยังใช้ Windows Mobile 6 อยู่เลย แต่หลังจากกลายเป็น Windows Phone แอพนี้ก็ไปลงตลาดแพลตฟอร์มอื่น ๆ เรียบร้อย เพิ่งกลับมาหาวินโดวส์โฟนเมื่อไม่นานนี้เอง

ถึงตอนนี้คิดว่าแพลตฟอร์มวินโดวส์โฟนน่าจะถึอว่าเป็นอีกแพลตฟอร์มหลักได้อย่างเต็มภาคภูมิ แต่ยังไง ๆ ก็ยังไม่มั่นใจกับ Windows RT อยู่ดี ถ้าไมโครซอฟต์จะยุบรวม RT กับโฟนเข้าด้วยกันซะ อนาคตของแพลตฟอร์มน่าจะชัดเจนและมั่นคงกว่านี้

วันศุกร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2556

มีอะไรน่าสนใจใน Nokia Lumia 620 Amber Update


หลังจาก coming soon มาหลายวัน ในที่สุดวันนี้ Nokia Lumia 620 บ้านเราก็ได้รับ Amber update กันสักที แม้ Nokia จะประกาศแล้วว่า Lumia ทุกรุ่นจะได้รับการอัพเดต แต่บางรุ่นอาจไม่มีคุณสมบัติบางอย่าง ซึ่งทาง Nokia ก็ได้ตอบไว้ในเว็บแล้วเนื่องจากมีคนสงสัยกันไม่น้อยว่าใครจะได้ใช้อะไรบ้าง สรุปแล้วสิ่งที่เจ้า 620 ไม่มีก็คือวิทยุ FM การดับเบิ้ลแท็ปเพื่อเปิดเครื่อง และ Pro camera ที่มากับตระกูล 9xx เท่านั้น


หลังจากอัพเดตแล้ว หน้าจอก็ขึ้นฟันเฟืองมาให้หวาดเสียวเล่น ๆ ว่าจะค้างเหมือนตอนฮาร์ดรีเซ็ตอยู่ไม่กี่นาที หลังจากนั้นการอัพเดตก็เสร็จสมบูรณ์ ปิด-เปิดเครื่องใหม่หนึ่งครั้งทุกอย่างก็กลับเข้าสู่สภาพปกติพร้อมกับมี Live tile ใหม่ของ Data sense ปรากฎขึ้นบนหน้าแรก


ถามว่าทำไมถึงอยากอัพเดตเป็น Amber นัก หลัก ๆ ก็คือเจ้า Data sense นี่แหละครับ บน Android เราสามารถตรวจสอบได้ทันทีว่าขณะนี้ใช้ข้อมูลไปมากน้อยแค่ไหนแล้ว เหลือโควต้าเท่าไหร่ แอพไหนใช้ปริมาณข้อมูลมากน้อยเพียงใด ก็ตรวจสอบได้ทันที เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่ไม่ได้ใช้เน็ต unlimited เช่นที่ใช้อยู่นี้ได้เน็ตฟรีมาเดือนละ 70 MB หลังจากอัพเดตถึงได้รู้ว่าแอพที่กินเน็ตเยอะที่สุดกลับเป็น Nokia Trailers ทั้งที่ไม่ได้เปิดใช้นอกบ้านเลย มีแววโดนถอดในเร็ว ๆ นี้


แม้ไม่ได้ฟังก์ชันดับเบิ้ลแท็ปเพื่อเปิดจอภาพ แต่อีกฟังก์ชันที่อำนวยความสะดวกได้ไม่แพ้กันคือการ "แอบดู" การสรุปข้อมูล (ชอบไอเดียการตั้งชื่อจัง) ที่ช่วยให้เราสามารถดูนาฬิกาและข้อมูลการแจ้งเตือนต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องกดสวิทช์ที่เครื่อง เชื่อว่าหลายคนคงเปิดโทรศัพท์ขึ้นมาเพียงเพื่อดูนาฬิกาหรือดูสายที่ไม่ได้รับกันบ่อยครั้ง จนบางครั้งคิดเล่น ๆ ว่าปุ่มปิดเปิดนี่แหละคงพังก่อนเพื่อน

เมื่อเปิดการดูสรุปข้อมูลแบบแอบดูแล้ว ตามที่ระบุไว้ในโทรศัพท์คือให้นำมือไปวางเหนือเครื่องโทรศัพท์ นาฬิกาและการแจ้งเตือนต่าง ๆ จะปรากฏขึ้นมาบนจอภาพหลายวินาทีพอให้ดูรายละเอียดได้ทัน แต่หลังจากลองใช้แล้วพบว่าจริง ๆ ต้องวางมือเหนือ proximity sensor ด้านบนของโทรศัพท์ แรก ๆ ยังไม่ถนัดเท่าไหร่แต่สักพักเริ่มชินก็รู้สึกว่าสะดวกดีเหมือนกัน


อีกคุณสมบัติที่น่าสนใจที่มากับ Amber คือการตั้งโปรไฟล์สี แม้จอภาพของ Lumia รุ่นล่าง ๆ จะสู้รุ่นใหญ่ รวมถึงโทรศัพท์จากค่ายเกาหลีหรือแม้แต่ค่าจีนบางค่ายไม่ได้ แต่ถ้าตั้งความอิ่มตัวและอุณหภูมิสีให้ออกมาสด ๆ จอภาพก็จะดูดีขึ้นทันที ตรงนี้คงแล้วแต่ความชอบของแต่ละคนครับ ชอบโทนอุ่นโทนเย็นก็ตั้งกันตามอัธยาศัย

สำหรับอัพเดตนี้ หลายคนคงได้รับกันไปโดยอัตโนมัติแล้ว แต่ถ้าใครยังไม่ได้รับก็ลองเข้าไปอัพเดตอัตโนมือกันก่อนในการตั้งค่าของโทรศัพท์ แต่สำหรับใครที่ใช้ 520, 720 และ 820 อาจต้องรออีกสักพัก แม้ตอนนี้อนาคตของโนเกียจะยังไม่แน่ไม่นอนหลังถูกควบรวมโดยไมโครซอฟต์ แต่อย่างน้อยถ้าใครตัดสินใจจะตัดสินใจใช้วินโดวส์โฟนแน่ ๆ ก็ยังแนะนำโนเกียอยู่ดีครับ

วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2556

วันนี้วันดี Android 4.3 อัพเดต JWR66Y แถม Amber สำหรับ Lumia 620 ก็ Coming soon!


เมื่อเช้าตื่นมาพร้อมข้อความแจ้งว่าดาวน์โหลดอัพเดตแล้ว ติดตั้งแล้วบูตใหม่ได้เลย เสร็จเรียบร้อย บูตขึ้นมากลายเป็น build JWR66Y อัดเดตตัวนี้ไฟล์เล็กนิดเดียว แค่ 1.7 MB เท่านั้น จะว่าไปหลังจากติดตั้ง Jelly Bean 4.3 ตัวหลักมารู้สึกว่าเครื่องทำงานได้เร็วขึ้น น่าจะต่ออายุเจ้า Galaxy Nexus ไปได้อีกยาว สำหรับครั้งนี้เท่าที่อ่านดู น่าจะเป็นการแก้ไขช่องโหว่และอัพเดตด้านความปลอดภัยเป็นหลัก ใครใช้ Android 4.3 อยู่แล้วยังไม่ขึ้นมาอัพเดตอัตโนมัติ ลองเข้าไปเช็คด้วยตนเองก่อนได้เลยครับ

กับอีกค่ายที่น่าสนใจคือ Windows Phone ของ Nokia ที่เริ่มอัพเดตเป็น Amber มาระยะหนึ่งแล้ว โดยเริ่มจากพี่ใหญ่ Lumia 920 ส่วนรุ่นอื่น ๆ บ้านเรายังคงเป็น waiting for approval มาพักใหญ่ แม้เพื่อนบ้านเราจะทยอยปล่อยรุ่นอื่น ๆ มาบ้างแล้ว วันนี้ไหน ๆ เครื่อง Android ได้รับอัพเดต เลยลองเข้าไปเช็ค Availability ของ Nokia Windows Phone 8 ใน Asia Pacific ดูบ้าง พบว่าเครื่องต่อไปที่น่าจะได้รับ Amber ท่าจะเป็นน้องเล็ก Lumia 620 เพราะวันนี้เปลี่ยนสถานะเป็น Coming soon แล้ว

เดี๋ยวนี้จะซื้อโทรศัพท์สักเครื่องต้องมานั่งลุ้นกันเป็นประจำว่าจะได้ "แพ" แถมมาด้วยรึเปล่า แต่ท่าทางทั้งสองเครื่องนี้น่าจะตัดสินใจไม่ผิดนะ

วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2556

กำแพงภาษาคงพังทลายในอีกไม่ช้า เมื่อมี Google กับ Bing ติดตัวตลอดเวลา

ปกติไม่ค่อยได้อีเมลภาษาอื่น ๆ นอกจากภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ เลยไม่ได้สนใจเรื่องการแปลภาษาเท่าไหร่ วันนี้ได้อีเมลโฆษณา Kindle Fire ลดราคาจาก Amazon.co.jp เจอภาษาญี่ปุ่นแล้วสนใจรายละเอียด ถ้าเปิดในเครื่องคอมพิวเตอร์ใช้ Chrome ก็มีตัวเลือกให้แปลภาษาอัตโนมัติอยู่แล้ว แต่นี่ดูอีเมลบนโทรศัพท์ Android เลยต้องอาศัยก๊อปปี้ไปวางใน Google Translate ให้ช่วยแปลให้


ตอนเปิดเว็บ อาศัย Google Translate มาตลอด อย่างน้อยก็อ่านได้พอเข้าใจ แต่ที่แปลคราวนี้ช่วงต้น ๆ ก็อ่านเข้าใจได้อยู่ แต่ประโยคท้ายอ่านแล้วงงเล็กน้อย จริง ๆ ดูจากต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นก็เดาว่าน่าจะออกมาทำนองว่าลดราคา 3,000 เยน ถึง 9/1 แต่เพื่อความมั่นใจ หยิบ Windows Phone มาลองเปิดดูด้วย Bing Translator อีกที


คราวนี้ช่วงท้ายยืนยันที่คิดไว้ ว่าลดถึง 9/1 ซึ่งก็น่าจะเป็นเดือน 9 วันที่ 1 แต่พอย้อนกลับไปอ่านช่วงแรกก็ยังรู้สึกว่า Google แปลได้เข้าใจง่ายกว่าอยู่ดี อย่างไรซะทั้งสองค่ายต่างก็ยังไม่มีคุณสมบัติแปลภาษาใส่ไว้ในโปรแกรมอ่านอีเมล ต้องก๊อปปี้ไปแปะในโปรแกรมแปลภาษาอยู่ดี แต่อีกไม่นานคงมีให้ใช้แน่นอนเพราะแต่ละค่ายต่างก็ต้องแข่งกันพัฒนาระบบของตนให้ดียิ่งขึ้น

การแข่งขันเป็นสิ่งสวยงามครับ ^_^

วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ลองของ: Here Drive ระบบนำทาง GPS ดี ๆ ที่มาพร้อมเสียงนำทางคาราโอเกะ



จำได้ว่าเมื่อช่วงแรก ๆ ที่สมาร์ทโฟนอย่าง iPhone และ Android ออกใหม่ ๆ ช่วงนั้นไม่ได้ให้ความสนใจเลย เพราะชีวิตยังผูกพันกับระบบนำทางบน Windows Mobile อยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นบนโทรศัพท์มือถือหรือบนอุปกรณ์ GPS ติดรถ ขณะที่โปรแกรมที่มากับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ หลายโปรแกรมต่างก็ต้องการให้ออนไลน์เพื่อโหลดแผนที่เฉพาะบริเวณที่ใช้งาน ซึ่งข้อดีก็คือได้แผนที่ที่เป็นปัจจุบัน แต่ปัญหาคือเวลาไปต่างประเทศไม่ได้ต่อเน็ตแล้วจะนำทางยังไง จนตอนนี้ แม้จะเปลี่ยนโทรศัพท์เป็นแอนดรอยด์ (ไปหลายเครื่อง) แต่ GPS ติดรถตัวหลักที่ใช้ก็ยังคงเป็น Windows CE เก๋ากึ๊กอยู่ดี

พอเริ่มเห็นโฆษณา Windows Phone อย่าง Nokia Lumia ว่ามีระบบนำทางแบบ turn-by-turn ติดมาให้ใช้ได้ฟรี แถมเป็นแผนที่แบบออฟไลน์ และมีให้โหลดได้หลายประเทศด้วยยิ่งสนใจ ที่จริงสาเหตุที่ตัดสินใจเลือก Nokia แม้ช่วงนี้ทั้ง Samsung Ativ S หรือ HTC 8X จะลดราคาอย่างน่าใจหายก็ตาม ก็เพราะแอพ Here Drive ที่เป็น Exclusive นี่แหละ ถึงจะมีวิธีเอาไปลงข้ามรุ่นได้ แต่ก็ไม่แน่ว่าจะทำงานได้ครบทุกฟังก์ชันหรือเปล่า สุดท้ายเลยได้เจ้า Lumia 620 มา แล้วก็เพิ่งมีโอกาสได้ลองใช้ระบบนำทางเมื่อสองสามวันที่แล้วนี้เอง


ตอนเริ่มใช้ครั้งแรก ระบบขึ้นมาให้ดาวนโหลดแผนที่ ใช้เวลาโหลดผ่าน Wi-Fi ไม่นานก็โหลดเสร็จ แต่น่าสนใจตรงที่แผนที่ที่ดาวน์โหลดมาไม่ยักเก็บไว้ใน SD card แต่กลับอยู่ในหน่วยความจำของโทรศัพท์ ดังนั้นถ้าจะโหลดแผนที่มาเก็บไว้หลาย ๆ ประเทศคงไม่เหมาะ อีกส่วนที่ต้องโหลดมาติดตั้งก่อนใช้งานระบบนำทางคือไฟล์เสียง ซึ่งมีหลายภาษาให้เลือก แต่เมื่อโหลดครั้งแรกลืมโหลดเสียง ระบบเลยนำทางแบบเงียบ ๆ มีเสียงเดียวที่ดังเป็นครั้งคราวคือเสียงกริ่งเตือนความเร็วเกินกำหนด นับว่าดีครับ พอรู้ตัวจะได้ลดความเร็วลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่านที่มีกล้องจับความเร็ว ^_^

หน้าจอนำทางทั้งในแบบแนวตั้งและแนวนอนดูง่ายและชัดเจนดี ปัญหาที่พบคือการกำหนดพิกัดปลายทางนอกเหนือจากที่มีในฐานข้อมูลยังไม่สะดวกนัก ไม่สามารถจิ้มจุดที่ต้องการแล้วบอกให้นำทางไปได้เหมือนอีกหลาย ๆ โปรแกรม การกำหนดเงื่อนไขในเส้นทาง เช่นต้องการเลี่ยงถนนสุขุมวิท เพราะรู้ว่ารถติดแน่ ๆ ก็ยังไม่เห็น แต่เรื่องการนำทาง การจับสัญญาณ GPS และการใช้งานจริง นับว่าทำงานได้ดี หน้าจอปรับเป็นโหมดกลางคืนโดยอัตโนมัติเมื่อพลบค่ำ


พอโหลดชุดเสียงนำทางภาษาไทยมาใช้ เปิดครั้งแรกแอบขำนิดหน่อย เพราะถึงแม้จะฟังเข้าใจ แต่เสียงบอกทางนั้นราวกับให้ฝรั่งมาอ่านคำไทยแบบคาราโอเกะ ลองจินตนาการว่าพอเราไม่เชื่อคำแนะนำ แล้วระบบพูดซ้ำ ๆ "เลี่ยว ไซ้ ทั่น ที" เพื่อให้เรากลับรถไปอีกทางหนึ่ง แล้วก็ดันไม่เชื่อซะด้วย เลยนั่งฟังฝรั่งบ่นไทยไปตั้งนาน

สรุปเท่าที่ลองใช้คร่าว ๆ ชอบครับ เป็นระบบนำทางที่ใช้งานได้จริง ไม่ต้องต่ออินเทอร์เน็ต ดังนั้นเอาไปใช้ต่างประเทศได้สบาย ติดอย่างเดียว เย็นนี้ว่าจะกลับไปเอาเสียงนำทางภาษาอังกฤษมาใช้แทนน่าจะฟังรื่นหูกว่า

วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ลองของ: Bing Translator ปะทะ Google Translate ในโหมดภาพถ่าย

รู้กันอยู่ว่า Microsoft กับ Google แอบมีงัดข้อกันเล็ก ๆ มาตลอด ล่าสุดนี่ก็มีประเด็น App YouTube ที่ไมโครซอฟต์ปล่อยออกมาให้ใช้ได้วันเดียวก็ถูกกูเกิลบล็อคไปเรียบร้อยโดยให้เหตุผลว่าทำผิดข้อตกลง นี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้เห็นว่าการทำเองใช้เองได้เป็นอะไรที่ดีที่สุดจริง ๆ

ระบบการแปลภาษาก็เป็นฟังก์ชันเด่นอย่างหนึ่งของกูเกิลมาแต่ไหนแต่ไร กับ Google Translate ที่หลายคนคงเคยใช้ช่วยแปลภาษาบนเว็บกันอยู่บ่อย ๆ แม้จะแปลเป็นภาษาไทยได้ไม่ถูกใจเท่าไหร่ แต่การแปลเป็นภาษาอังกฤษก็เชื่อถือได้ไม่น้อย และที่ใช้บ่อย ๆ คือการให้แปลจากรูปถ่ายที่สะดวกมาก ๆ เช่นกัน


วันนี้ได้แป้งเค้กกึ่งสำเร็จรูปมา (แน่นอนว่าลดราคา ^_^) เจอคำอธิบายเป็นภาษาเยอรมัน ไม่ต้องคิดอะไรมากหยิบเจ้า Galaxy Nexus มาถ่ายรูปแล้วแปลเป็นภาษาอังกฤษ แต่คิดอีกทีไหน ๆ ก็ได้ Nokia Lumia 620 มาแล้ว ลองใช้สายไมโครซอฟต์แปลบ้างดีกว่า เปิด Bing Translator ลองถ่ายดูบ้าง ก็ใช้ได้เหมือนกันนะ


คำแปลอาจไม่เหมือนกันเป๊ะ แต่นับว่าใช้งานได้ดีทั้งสองค่ายครับ ส่วนตัวยังชอบวิธีใช้งานของสายแอนดรอยด์มากกว่า เพราะใช้วิธีจับภาพนิ่งแล้วให้เลือกบริเวณที่ต้องการแปลได้ตามต้องการ แต่ต้องยอมรับว่าสายวินโดวส์โฟนก็ใช้ง่าย เพียงวางภาพไว้ในเฟรมเครื่องก็แปลข้อความทั้งรูปให้ลอยเด่นขึ้นมาในรูปแบบ AR ทันที แต่วินโดวส์โฟนก็ยังมีข้อจำกัดด้านภาษาอยู่คือแปลจากภาพถ่ายได้เพียง 7 ภาษาเท่านั้น คือจีน อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาเลียน โปรตุกีส และสแปนิช


ณ ขณะนี้ต้องยอมรับว่าฟังก์ชันการแปลภาษาของกูเกิลใช้งานได้กว้างขวางและอเนกประสงค์กว่า แถมอัพเดตล่าสุดจาก AppDisqus ยังแจ้งว่ากูเกิลเพิ่มความสามารถแปลภาษาจากลายมือเขียนภาษาไทยลงในโปรแกรมแล้ว

จงสู้ต่อไป... วินโดวส์โฟน

วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ประเดิม Nokia Lumia 620 ด้วยการ hard reset ที่นานที่สุดตั้งแต่เริ่มใช้มือถือ!


หลังจากคิดแล้วคิดอีกมาพักใหญ่ ในที่สุดก็ตัดสินใจซื้อเจ้า Nokia Lumia 620 มาทำความรู้จักกับ Windows Phone 8 สักหน่อย แม้เจ้าตัวเล็กนี่จะด้อยกว่าตัวอื่น ๆ แทบทุกอย่างทั้งซีพียู หน่วยความจำ ความละเอียดจอภาพและกล้อง แต่ก็มีของเล่นครบครันรวมถึง NFC อย่างน้อยก็เอามาลองได้ทุกอย่างไม่แพ้รุ่นพี่ ที่สำคัญราคามือสองอยู่ที่ราวสี่พันบาทบวกลบนิดหน่อย ถ้าจะขายต่อก็ไม่เจ็บตัวมาก ได้เครื่องมาแกะกล่องลองทุกอย่างใช้ได้ดีปกติไม่มีปัญหา เลยสั่งรีเซ็ตเครื่องเพิ่มเริ่มค่าตั้งต้นใหม่ มีข้อความเตือนว่าระวังข้อมูลหาย ไม่เป็นไรตั้งใจอยู่แล้ว จากนั้นไม่นานตาขวาก็เริ่มกระตุกเมื่อพบว่าฟันเฟืองในรูปหมุนไม่หยุดอยู่หลายนาที

ระหว่างรอลองค้นในเน็ตเจอกระทู้ในหลายเว็บมีคนถามถึงเวลาที่ใช้รีเซ็ตโทรศัพท์ตระกูล Windows Phone 8 เอาล่ะ อย่างน้อยก็ไม่ได้เจออยู่คนเดียว ทั้ง 820 และ 920 ก็มีอาการนี้เหมือนกัน หลายคนตอบมาช่างน่าตกใจว่าสามารถกินเวลาได้ตั้งแต่หลายสิบนาทียันสิบชั่วโมง!!! จากเดิมใช้แอนดรอยด์มานาน รีเซ็ตเครื่อง ลงรอมใหม่เป็นประจำ คุ้นชินกับข้อความบอกว่าอาจใช้เวลาถึง 5 นาทีหลังจากบูตเครื่องใหม่แต่ก็ไม่เคยถึงเลยสักครั้ง ถ้าบนวินโดวส์โฟนจะนานขนาดนี้เตือนผู้ใช้ไว้หน่อยก็ดีนะ

ปล่อยทิ้งไว้ทั้งคืนในที่สุดก็ลองปิดเปิดใหม่ หน้าจอฟันเฟืองกลับมาหมุนอยู่อีกราวเกือบสองชั่วโมงกว่าจะขึ้นมาให้เริ่มตั้งค่า แล้วเครื่องก็กลับมาทำงานได้ตามปกติ เล่นซะหวาดเสียว นึกว่าจะพังก่อนได้เริ่มใช้ซะแล้ว สรุปเวลาตั้งแต่เริ่มรีเซ็ตจนกลับมาใช้ได้ ราว 10 ชั่วโมง นานที่สุดตั้งแต่เริ่มใช้มือถือมา!

Update: เปิดเจอในเว็บ http://www.appdisqus.com/2013/04/28/brick-hard-reset.html บอกว่าอาการนี้เกิดจากตัวเครื่องจะทดสอบตัวเองว่าแบตพอหรือเปล่า ถ้าเห็นว่าอาจเหลือน้อยเกินกว่าจะอัพเดตได้สำเร็จก็จะค้างอยู่หน้าจอนี้ จริง ๆ แค่แสดงข้อความบอกผู้ใช้ หรือไม่ก็บอกก่อนกดรีเซ็ตก็ได้ให้เสียบปลั๊กซะก่อน ปวดใจกับวินโดวส์บนพีซีมาหลายครั้ง ตามมาปวดใจบนโทรศัพท์อีก คิดถูกหรือคิดผิดเนี่ย -_-"

เอาเป็นว่าใครเจอปัญหานี้ เอาเครื่องไปเสียบปลั๊ก กด volume down + ปิดเครื่องค้างไว้ เดี๋ยวเปิดใหม่สักพักก็น่าจะเรียบร้อยครับ

วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ยอดขาย smart phone ครึ่งปีแรก 2013 Android นำลิ่ว iOS กับ Windows Phone ตามมาไกล ๆ ส่วน BB ท่าจะแย่

ผ่านไปครึ่งปีแล้ว หลายเว็บไซต์ก็เริ่มมีการสรุปยอดขายไตรมาสที่ 2 ออกมาให้บรรดาสาวกค่ายต่าง ๆ ได้ลุ้นก้นว่ายอดขายอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการตัวโปรดของตนทำการตลาดได้ดีแค่ไหน แน่นอนว่าค่ายที่ได้รับความนิยมสูง ๆ ย่อมดึงดูดนักพัฒนาซอฟต์แวร์ให้สร้างแอพดี ๆ มาให้ใช้กันก่อนค่ายอื่น เพราะถ้าอุตส่าห์ทุ่มแรงกายแรงใจพัฒนาแอพดี ๆ ออกมาแต่กลับไม่มีใครใช้แพลตฟอร์มนั้น ๆ โปรแกรมเมอร์คงเสียใจแย่

ข้อมูลจาก TechCrunch เห็นได้ว่ายอดขายโทรศัพท์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2013 สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปี 2012 ถึง 73.5% โดยขายได้ถึง 187.4 ล้านเครื่อง ถ้าเทียบกับโทรศัพท์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการอื่น นั่นคือสมาร์ทโฟน 8 ใน 10 เครื่องที่ขายในไตรมาส 2 นี้ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ จากตาราง ระบบปฏิบัติการยอดฮิตตลอดกาลอีกรายหนึ่งอย่าง iOS แม้จำนวนเครื่องที่ขายได้ดูไม่หวือหวา แต่ยอดขายก็เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเช่นกัน ที่น่าสนใจคือ Windows Phone ที่แม้จะมีผู้ผลิตเพียงรายเดียวอย่างโนเกียที่ทุ่มหมดใจให้ไมโครซอฟต์ ขณะที่ HTC และซัมซุงต่างก็ดูจะถอยห่างไปเป็นระยะ ๆ แต่ยังทำยอดขายเพิ่มขึ้นได้ถึง 77.6% ซึ่งนับว่าเป็นที่ 1 ในเรื่องของยอดขายที่เพิ่มขึ้นเลยทีเดียว



จากตาราง แม้ BB จะไม่ได้อยู่อันดับสุดท้าย แต่ก็เป็นผู้เล่นหลักในตลาดสมาร์ทโฟนรายเดียวที่ยอดขายมีแนวโน้มลดลง ด้วยการมาของ BlackBerry OS 10 ที่สามารถรันแอพของแอนดรอยด์ได้ ก็อาจช่วยเพิ่มยอดขายให้ BB ได้บ้างแต่เรา ๆ ท่าน ๆ ในฐานะผู้พัฒนาแอพก็คงต้องจด ๆ จ้อง ๆ รอดูกันต่อไป ขอเอาใจช่วย BB ครับ แต่ระหว่างนี้ถ้าจะพัฒนาแอพให้เข้าถึงผู้ใช้แพร่หลายที่สุด สงสัยต้องเน้น Android เป็นอันดับแรกก่อนล่ะนะ