วันศุกร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2556

มีอะไรน่าสนใจใน Nokia Lumia 620 Amber Update


หลังจาก coming soon มาหลายวัน ในที่สุดวันนี้ Nokia Lumia 620 บ้านเราก็ได้รับ Amber update กันสักที แม้ Nokia จะประกาศแล้วว่า Lumia ทุกรุ่นจะได้รับการอัพเดต แต่บางรุ่นอาจไม่มีคุณสมบัติบางอย่าง ซึ่งทาง Nokia ก็ได้ตอบไว้ในเว็บแล้วเนื่องจากมีคนสงสัยกันไม่น้อยว่าใครจะได้ใช้อะไรบ้าง สรุปแล้วสิ่งที่เจ้า 620 ไม่มีก็คือวิทยุ FM การดับเบิ้ลแท็ปเพื่อเปิดเครื่อง และ Pro camera ที่มากับตระกูล 9xx เท่านั้น


หลังจากอัพเดตแล้ว หน้าจอก็ขึ้นฟันเฟืองมาให้หวาดเสียวเล่น ๆ ว่าจะค้างเหมือนตอนฮาร์ดรีเซ็ตอยู่ไม่กี่นาที หลังจากนั้นการอัพเดตก็เสร็จสมบูรณ์ ปิด-เปิดเครื่องใหม่หนึ่งครั้งทุกอย่างก็กลับเข้าสู่สภาพปกติพร้อมกับมี Live tile ใหม่ของ Data sense ปรากฎขึ้นบนหน้าแรก


ถามว่าทำไมถึงอยากอัพเดตเป็น Amber นัก หลัก ๆ ก็คือเจ้า Data sense นี่แหละครับ บน Android เราสามารถตรวจสอบได้ทันทีว่าขณะนี้ใช้ข้อมูลไปมากน้อยแค่ไหนแล้ว เหลือโควต้าเท่าไหร่ แอพไหนใช้ปริมาณข้อมูลมากน้อยเพียงใด ก็ตรวจสอบได้ทันที เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่ไม่ได้ใช้เน็ต unlimited เช่นที่ใช้อยู่นี้ได้เน็ตฟรีมาเดือนละ 70 MB หลังจากอัพเดตถึงได้รู้ว่าแอพที่กินเน็ตเยอะที่สุดกลับเป็น Nokia Trailers ทั้งที่ไม่ได้เปิดใช้นอกบ้านเลย มีแววโดนถอดในเร็ว ๆ นี้


แม้ไม่ได้ฟังก์ชันดับเบิ้ลแท็ปเพื่อเปิดจอภาพ แต่อีกฟังก์ชันที่อำนวยความสะดวกได้ไม่แพ้กันคือการ "แอบดู" การสรุปข้อมูล (ชอบไอเดียการตั้งชื่อจัง) ที่ช่วยให้เราสามารถดูนาฬิกาและข้อมูลการแจ้งเตือนต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องกดสวิทช์ที่เครื่อง เชื่อว่าหลายคนคงเปิดโทรศัพท์ขึ้นมาเพียงเพื่อดูนาฬิกาหรือดูสายที่ไม่ได้รับกันบ่อยครั้ง จนบางครั้งคิดเล่น ๆ ว่าปุ่มปิดเปิดนี่แหละคงพังก่อนเพื่อน

เมื่อเปิดการดูสรุปข้อมูลแบบแอบดูแล้ว ตามที่ระบุไว้ในโทรศัพท์คือให้นำมือไปวางเหนือเครื่องโทรศัพท์ นาฬิกาและการแจ้งเตือนต่าง ๆ จะปรากฏขึ้นมาบนจอภาพหลายวินาทีพอให้ดูรายละเอียดได้ทัน แต่หลังจากลองใช้แล้วพบว่าจริง ๆ ต้องวางมือเหนือ proximity sensor ด้านบนของโทรศัพท์ แรก ๆ ยังไม่ถนัดเท่าไหร่แต่สักพักเริ่มชินก็รู้สึกว่าสะดวกดีเหมือนกัน


อีกคุณสมบัติที่น่าสนใจที่มากับ Amber คือการตั้งโปรไฟล์สี แม้จอภาพของ Lumia รุ่นล่าง ๆ จะสู้รุ่นใหญ่ รวมถึงโทรศัพท์จากค่ายเกาหลีหรือแม้แต่ค่าจีนบางค่ายไม่ได้ แต่ถ้าตั้งความอิ่มตัวและอุณหภูมิสีให้ออกมาสด ๆ จอภาพก็จะดูดีขึ้นทันที ตรงนี้คงแล้วแต่ความชอบของแต่ละคนครับ ชอบโทนอุ่นโทนเย็นก็ตั้งกันตามอัธยาศัย

สำหรับอัพเดตนี้ หลายคนคงได้รับกันไปโดยอัตโนมัติแล้ว แต่ถ้าใครยังไม่ได้รับก็ลองเข้าไปอัพเดตอัตโนมือกันก่อนในการตั้งค่าของโทรศัพท์ แต่สำหรับใครที่ใช้ 520, 720 และ 820 อาจต้องรออีกสักพัก แม้ตอนนี้อนาคตของโนเกียจะยังไม่แน่ไม่นอนหลังถูกควบรวมโดยไมโครซอฟต์ แต่อย่างน้อยถ้าใครตัดสินใจจะตัดสินใจใช้วินโดวส์โฟนแน่ ๆ ก็ยังแนะนำโนเกียอยู่ดีครับ

วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Remote Desktop ไปใช้ Linux จาก Windows ได้ง่าย ๆ ด้วย Xrdp

บ้านเราทำยังไงลินุกซ์ก็ยังไม่แพร่หลายบนเดสก์ทอปสักที ทั้งที่หลาย ๆ บริษัทต่างก็เริ่มลงลินุกซ์ค่ายต่าง ๆ โดยเฉพาะ Ubuntu มาให้ในคอมพิวเตอร์ของตน แต่ทางฝั่งเซอร์ฟเวอร์ แอดมินส่วนใหญ่ต่างก็คุ้นเคยกับลินุกซ์กันดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะการ remote เข้าไปแบบบรรทัดคำสั่งด้วย SSH หรือ telnet (ใครยังใช้อยู่บ้าง?) ขณะที่ฝั่ง Windows Server แม้จะมี Powershell เข้ามาอำนวยความสะดวก แต่ส่วนใหญ่ก็คงต้องเข้าไปใช้ผ่าน remote desktop อยู่ดี วันนี้เลยนึกสนุกลองตั้งโจทย์ว่าถ้าจะ remote จากวินโดวส์เข้าไปใช้ลินุกซ์แบบเดสก์ทอปบ้างล่ะ จะได้ไหม

เนื่องจากโปรโตคอลที่ใช้ remote desktop ของวินโดวส์คือ RDP เลยลองค้น RDP for X Windows ใน Google เว็บแรกที่เจอก็คือ http://www.xrdp.org/ ซึ่งเป็น RDP server แบบ open source ลองเข้าไปที่เครื่อง Ubuntu 12.04 แล้ว apt-get install xrdp แพคเกจที่ต้องใช้ก็ดาวน์โหลดมาติดตั้งให้เรียบร้อยในเวลาอันรวดเร็ว แค่นี้ก็เสร็จแล้วครับ


จากฝั่งวินโดวส์ เปิดโปรแกรมรีโมทเดสก์ทอปขึ้นมาตามปกติ ใส่ชื่อหรือไอพีของเครื่อง Linux ที่ต้องการ เมื่อเชื่อมต่อแล้วก่อนอื่นต้องป้อนผู้ใช้กับรหัสผ่านอย่างในรูปที่เห็นนี้เสียก่อน สำหรับ module ให้ใช้ค่าตั้งต้น sesman-Xvnc ได้เลย เพียงเท่านี้ก็สามารถเข้าใช้ Ubuntu ในแบบเดสก์ทอปได้แล้ว


และเมื่อใช้เดสก์ทอปได้ อีกวิธีที่น่าสนใจคือสามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็น VDI หรือ Virtual Desktop Infrastructure ก็ได้ จริง ๆ ช่วงที่ผ่านมาศึกษาแนวทางการทำ VDI กับ Windows มาพักใหญ่ แต่เริ่มถอดใจกับความยุ่งยากเกี่ยวกับไลเซนส์ ซึ่งต้องพิจารณาให้รอบคอบและใช้ไลเซนส์ประกอบกันทั้งฝั่งเซอร์ฟเวอร์และไคลเอนท์ให้ถูกต้อง กล่าวได้อีกอย่างว่างกนั่นเอง ถ้ามีโอกาสได้ implement จริง ๆ จัง ๆ จะนำมาเล่าสู่กันฟังในภายหลังครับ



สำหรับการ remote desktop ด้วย xrdp นี้ ถ้าใครได้ลองแล้วคงรู้สึกว่าออกจะตอบสนองช้าสักหน่อย สามารถเพิ่มความเร็วด้วยโดยแลกกับจำนวนสีที่ใช้ในการแสดงผล ซึ่งที่ 16 bit หรือ High Color ก็ใช้ได้อยู่ หรือไม่ก็ต้องหา solution อื่น แต่สาเหตุที่เลือกใช้วิธีนี้หลัก ๆ ก็คือสามารถเข้าถึงได้จาก Windows ทุกเครื่องโดยไม่ต้องใช้ซอฟต์แวร์เพิ่มเติม ถ้าจำเป็นเข้าเน็ตคาเฟ่ที่ไหนก็รีโมตไปได้ เผื่อไว้ยามจำเป็นครับ

วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2556

วันนี้วันดี Android 4.3 อัพเดต JWR66Y แถม Amber สำหรับ Lumia 620 ก็ Coming soon!


เมื่อเช้าตื่นมาพร้อมข้อความแจ้งว่าดาวน์โหลดอัพเดตแล้ว ติดตั้งแล้วบูตใหม่ได้เลย เสร็จเรียบร้อย บูตขึ้นมากลายเป็น build JWR66Y อัดเดตตัวนี้ไฟล์เล็กนิดเดียว แค่ 1.7 MB เท่านั้น จะว่าไปหลังจากติดตั้ง Jelly Bean 4.3 ตัวหลักมารู้สึกว่าเครื่องทำงานได้เร็วขึ้น น่าจะต่ออายุเจ้า Galaxy Nexus ไปได้อีกยาว สำหรับครั้งนี้เท่าที่อ่านดู น่าจะเป็นการแก้ไขช่องโหว่และอัพเดตด้านความปลอดภัยเป็นหลัก ใครใช้ Android 4.3 อยู่แล้วยังไม่ขึ้นมาอัพเดตอัตโนมัติ ลองเข้าไปเช็คด้วยตนเองก่อนได้เลยครับ

กับอีกค่ายที่น่าสนใจคือ Windows Phone ของ Nokia ที่เริ่มอัพเดตเป็น Amber มาระยะหนึ่งแล้ว โดยเริ่มจากพี่ใหญ่ Lumia 920 ส่วนรุ่นอื่น ๆ บ้านเรายังคงเป็น waiting for approval มาพักใหญ่ แม้เพื่อนบ้านเราจะทยอยปล่อยรุ่นอื่น ๆ มาบ้างแล้ว วันนี้ไหน ๆ เครื่อง Android ได้รับอัพเดต เลยลองเข้าไปเช็ค Availability ของ Nokia Windows Phone 8 ใน Asia Pacific ดูบ้าง พบว่าเครื่องต่อไปที่น่าจะได้รับ Amber ท่าจะเป็นน้องเล็ก Lumia 620 เพราะวันนี้เปลี่ยนสถานะเป็น Coming soon แล้ว

เดี๋ยวนี้จะซื้อโทรศัพท์สักเครื่องต้องมานั่งลุ้นกันเป็นประจำว่าจะได้ "แพ" แถมมาด้วยรึเปล่า แต่ท่าทางทั้งสองเครื่องนี้น่าจะตัดสินใจไม่ผิดนะ

วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Truemove-H แจกเน็ต 3G ฟรี 4 GB อ่านข้อตกลงสักนิดก่อนตัดสินใจ

วันนี้บังเอิญต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับโปรโมชันของ Truemove-H เปิดเว็บเข้าไปเจอโปรโมชันรับเน็ต 3G ฟรี 4 GB สำหรับใครก็ได้ที่มีมือถือ 3G คนคิดโปรโมชันช่างเลือกคำโฆษณาได้สะดุดตา อ่านแล้วคิดทันที เราก็มีนี่นา ลองดูรายละเอียดดีกว่า


คลิกเข้าไปปุ๊บก็เจอเงื่อนไขสะกิดใจหลายประเด็น แล้วก็พาลคิดไปถึงหลายกรณีที่เจอกับเครือข่ายมือถือบ้านเราแต่ละค่ายที่มักมี "เงื่อนไข" เล็ก ๆ น้อย ๆ แฝงมาทำให้ผู้ใช้ต้องพิจารณาดี ๆ ทำนองนี้ครับ
  1. ดูในรูปดี ๆ มีวงเล็บเล็ก ๆ 3G เฉพาะ 850/2100 MHz เท่านั้น เครื่องไหน 900/2100 อดนะ
  2. 3G ฟรี 4 GB แบ่งเป็น 2 งวด เดือนแรก 2 GB รอบต่อ ๆ ไปรอบละ 200 MB/30 วันได้อีก 10 รอบ รวมทั้งหมด 4 GB
  3. แต่ละรอบที่จะใช้ต้องส่ง SMS และคลิกตามลิงค์เพื่อเปิดใช้บริการ รอบไหนไม่กดเท่ากับสละสิทธิ์ของรอบนั้น ๆ  
  4. ตรงนี้ไม่แน่ใจ แต่เหมือนว่าผู้ใช้เติมเงินพอได้รับ SMS แล้วต้องเติมเงินอย่างน้อย 50 บาทด้วย จึงจะมีสิทธิใช้ ไม่ใช่ว่ามีเงินคาอยู่จะใช้ได้ยาวไปเรื่อย ๆ
  5. โปรนี้ไม่ใช่ว่าใช้เกินโควต้าแล้ว speed ตกแต่เป็นหมดแล้วหมดเลย ดังนั้นใช้หมดแล้วใช้ต่อ คิดเงินเพิ่มลูกเดียว เว้นแต่มีโปรอื่นรองรับ
  6. ที่สะกิดใจที่สุดคือ 200 MB ในแต่ละรอบใช้ได้แค่ 7 วัน ดังนั้นใครเอามาใช้คงต้องระวังดี ๆ ใช้เกินไป ถ้ามีโปรอื่นรองรับก็ยังดี แต่ถ้าไม่มีแล้วเผลอใช้ไปใบเรียกเก็บเงินมาอาจหน้าหงายได้
 

ถ้ารับได้กับเงื่อนไขต่าง ๆ โปรนี้ก็น่าสนใจครับ โดยเฉพาะถ้าใครมีซิมทรูอยู่ หรือเอาสแตมป์ไปแลกฟรียิ่งคุ้มใหญ่ ใช้ฟรีแค่เดือนแรกก็คุ้มแล้ว แต่ทางบริษัทระบุว่าใช้สิทธิได้ 1 ซิม/1 เครื่อง เท่านั้น แสดงว่าคงมีกลไกตรวจสอบ IMEI เตรียมไว้แล้วครับ ก็ไม่รู้จะได้ผลขนาดไหน แต่เชื่อได้เลยว่าเดี๋ยวเบอร์โทรศัพท์จะถูกหมุนเวียนกันมหาศาลเพราะคงมีคนใช้เดือนเดียวแล้วทิ้งอีกมากมาย

แต่ในทางกลับกันถ้าผู้ใช้เบอร์ทรูอยู่แล้วสนใจสมัครอาจต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะถ้าเริ่มใช้แล้วเท่ากับผูกมัดกันไปอีก 11 เดือน ไม่แน่ใจว่าถ้าคนไม่ได้ใช้โปรใด ๆ เปิดใช้จนโควต้าหมดในแต่ละรอบ ระบบจะหยุดใช้เน็ตโดยอัตโนมัติไหม แต่คิดว่าคงไม่ตัด ถ้าเป็นเบอร์เติมเงินคงไม่เท่าไหร่ ใครใช้รายเดือนอาจโดนหลายตังค์

คิดเล่น ๆ ค่ายมือถือได้เงินจากลูกค้าที่พลาดใช้เน็ตเกินกันสักเท่าไหร่ในแต่ละเดือน?

วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2556

กำแพงภาษาคงพังทลายในอีกไม่ช้า เมื่อมี Google กับ Bing ติดตัวตลอดเวลา

ปกติไม่ค่อยได้อีเมลภาษาอื่น ๆ นอกจากภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ เลยไม่ได้สนใจเรื่องการแปลภาษาเท่าไหร่ วันนี้ได้อีเมลโฆษณา Kindle Fire ลดราคาจาก Amazon.co.jp เจอภาษาญี่ปุ่นแล้วสนใจรายละเอียด ถ้าเปิดในเครื่องคอมพิวเตอร์ใช้ Chrome ก็มีตัวเลือกให้แปลภาษาอัตโนมัติอยู่แล้ว แต่นี่ดูอีเมลบนโทรศัพท์ Android เลยต้องอาศัยก๊อปปี้ไปวางใน Google Translate ให้ช่วยแปลให้


ตอนเปิดเว็บ อาศัย Google Translate มาตลอด อย่างน้อยก็อ่านได้พอเข้าใจ แต่ที่แปลคราวนี้ช่วงต้น ๆ ก็อ่านเข้าใจได้อยู่ แต่ประโยคท้ายอ่านแล้วงงเล็กน้อย จริง ๆ ดูจากต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นก็เดาว่าน่าจะออกมาทำนองว่าลดราคา 3,000 เยน ถึง 9/1 แต่เพื่อความมั่นใจ หยิบ Windows Phone มาลองเปิดดูด้วย Bing Translator อีกที


คราวนี้ช่วงท้ายยืนยันที่คิดไว้ ว่าลดถึง 9/1 ซึ่งก็น่าจะเป็นเดือน 9 วันที่ 1 แต่พอย้อนกลับไปอ่านช่วงแรกก็ยังรู้สึกว่า Google แปลได้เข้าใจง่ายกว่าอยู่ดี อย่างไรซะทั้งสองค่ายต่างก็ยังไม่มีคุณสมบัติแปลภาษาใส่ไว้ในโปรแกรมอ่านอีเมล ต้องก๊อปปี้ไปแปะในโปรแกรมแปลภาษาอยู่ดี แต่อีกไม่นานคงมีให้ใช้แน่นอนเพราะแต่ละค่ายต่างก็ต้องแข่งกันพัฒนาระบบของตนให้ดียิ่งขึ้น

การแข่งขันเป็นสิ่งสวยงามครับ ^_^

Kindle Fire บน Amazon Japan ลดเพิ่ม 3,000 เยนทุกรุ่น ถึง 1 กันยายน 2013

วันนี้ได้อีเมลจาก Amazon.co.jp แจ้งว่า Kindle ตระกูล Fire ลดราคา 3,000 เยนทุกรุ่น และถ้า Bing Translator แปลให้ไม่ผิด โปรโมชันนี้จะมีถึงวันที่ 1/9/2013 (จริง ๆ ใช้ Google Translate แปลแล้วรอบนึง แต่คราวนี้อ่านแล้วงงเลยลอง Bing แทน)


จากที่เคยเขียนไว้ Japan No Visa จงรีบไปซื้อ Amazon Kindle โดยพลัน ราคาปกติของ Kindle ในญี่ปุ่นก็ถูกกว่าที่อื่น ๆ แม้แต่ในสหรัฐฯ ถ้าตอนนี้ใครกำลังเล็งเครื่องอ่านอีบุ๊กจอสีอยู่ แล้วบังเอิญจะไปญี่ปุ่นช่วงนี้พอดีจัดได้เลยครับ เพราะเท่ากับลดราคาราว 1,000 บาททุกรุ่น อย่าง Fire HD ตอนนี้แม้ค่าเงินบาทตกลงไปมาก แต่ 12,800 เยนก็ตกราว 4,200 หรือ Kindle Fire ที่ลดเหลือ 9,800 เยน ซึ่งก็คือ 3,200 บาทเท่านั้น แถมเว็บ Amazon ประเทศญี่ปุ่นยังมีบริการส่งของให้ไปรับตามร้านสะดวกซื้อได้ทั่วประเทศ สั่งซื้อไว้ มีเพื่อนฝูงไปก็ฝากแวะรับให้ได้เลย

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะซื้อ อย่าลืมพิจารณาให้ดี แม้ Kindle Fire จะเป็นเครื่องอ่านอีบุ๊กที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android แต่ Market ที่ใช้ต้องผูกอยู่กับ Amazon เป็นหลัก ดังนั้นแอพหลาย ๆ ตัวอาจไม่มีให้ใช้ หรือไม่ก็ต้องไปหารอมใหม่มาลงเพื่อให้ใช้เป็นแท็บเล็ตได้เต็มรูปแบบ ถ้าอยากได้แท็บเล็ตไว้เล่นแอพ แนะนำให้มองรุ่นอื่น แต่ถ้าเน้นอ่านหนังสือ ดูเว็บ ดูหนัง ฟังเพลง ได้เครื่องงานประกอบดี ๆ ในราคาถูก จัดมาสักตัวก็ไม่เสียหลาย

แต่จะดีใจมาก ถ้า Paperwhite มาร่วมโปรลด 3,000 เยนกับเขาด้วย

วันพุธที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ติดตามข่าวสารได้ตามใจแม้ขณะ offline ด้วย Pulse News

Pulse News บน Android

เดี๋ยวนี้ขึ้นรถลงเรือไปเหนือล่องใต้ รึไปไหน ๆ ระหว่างเดินทางก็เห็นแต่ผู้คนก้มหน้าก้มตาจ้องโทรศัพท์มือถือหรือไม่ก็แท็บเล็ตกันทั้งนั้น เกริ่นมาแบบนี้ไม่ได้กะบ่นอะไรครับ เพราะทำอยู่เหมือนกัน ช่วงเดินทางแบบนี้เป็นโอกาสดีที่จะคอยติดตามข่าวสารด้านที่เราสนใจ ครั้นจะโหลดแอพเฉพาะของแต่ละเว็บไซต์มาลงก็วุ่นวายโดยใช่เหตุ สู้หาแอพรับ RSS feed ข่าวสารมาจากเว็บต่าง ๆ มารวมกันไว้ในที่เดียวดีกว่า ซึ่งจริง ๆ ก็มีอยู่หลายโปรแกรม แต่ที่ลองใช้แล้วชอบที่สุดคือตัวนี้เลย Pulse News (โหลดฟรีสำหรับ Android, iOS และ Windows 8) ที่ช่วยให้เราเลือกช่องข่าวสารตามต้องการ และโปรแกรมจะคอยอัพเดตข่าวให้เราอ่านทีหลังหรือแม้ขณะออฟไลน์ได้ เท่าที่ใช้บน Android มาพักใหญ่ชอบใจความสามารถในการทำงานแบบแบคกราวด์ ที่เข้าไปดาวน์โหลดข่าวสารให้ระหว่างที่เครื่องออนไลน์ Wi-Fi ทิ้งไว้ ทำให้ทุกเช้าและเย็นระหว่างเดินทางมีข่าวใหม่ ๆ ให้อ่านทุกครั้ง

Pulse News บน Windows 8
นอกจากบนระบบปฏิบัติการยอดฮิตอย่าง Android กับ iOS แล้ว เมื่อก่อน Pulse ยังเคยออกเวอร์ชันสำหรับ Windows Phone ด้วย แต่ถูกนำออกจาก Windows Store มาตั้งแต่ปี 2011 แล้ว จริง ๆ วันนี้ตั้งใจจะหาเวอร์ชันสำหรับวินโดวส์โฟน 8 สักหน่อย ลองค้นดูกลับเจอเวอร์ชันบนวินโดวส์ 8 ไหน ๆ อุตส่าห์เจอแล้วเลยลองโหลดมาสักหน่อย เวอร์ชันนี้ก็ยังคงจุดเด่นของ Pulse อย่างการซิงค์ข่าวสาร ซึ่งเราสามารถสร้างบัญชีผู้ใช้ หรือจะเชื่อมต่อผ่าน Facebook ก็ได้ แล้วอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็จะมีข่าวจากช่องทางที่เลือกไว้ ไม่ต้องเสียเวลาไปอัพเดตด้วยตนเอง ดังนั้นอยู่หน้าเครื่องไหน ก็อ่านข่าวที่สนใจต่อได้ท้นที ใครไม่ถนัดภาษาอังกฤษไม่เป็นไร แหล่งข่าว IT ดัง ๆ บ้านเราอย่าง Blognone และแบไต๋ ไฮเทค ก็มีให้อ่านด้วย


หวังว่าทางผู้พัฒนาจะยอมกลับมาทำเวอร์ชันสำหรับวินโดวส์โฟนอีกครั้งครับ อนาคตของแพลตฟอร์มจะเป็นอย่างไร หลัก ๆ ก็อยู่กับแอพนี่แหละ เพราะต่อให้ฮาร์ดแวร์ดีแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีแอพที่ต้องการ ผู้ใช้ก็คงไม่เลือกอยู่ดี ว่าแล้วก็วาง Lumia ไว้ที่บ้าน หยิบ Android ใส่กระเป๋าเอาไปนั่งอ่านข่าวบนรถโดยสารต่อไป